[article] Neuromarketing 101: การตลาดปั่นประสาท นิวโรมาเก็ตติ้ง

 
 
 

     สวัสดีครับผม JerryMan ครับ วันนี้ผมเอาเนื้อหาเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจในช่วงนี้มาคุยกันครับ เป็นการตลาดแนวหนึ่งที่คนบางคนบอกว่าใหม่ แต่แท้จริงแล้วมีมานานเป็น 10 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้ากระแสช่วงนี้เค้าสนใจกัน ผมขอเอามาแชร์ให้ฟังนะครับ

.....เริ่มเลยล่ะกัน

หนึ่งในการตลาดที่น่าสนใจที่จะใช้ประโยชน์ได้ในช่วงนี้คือ
Neuromarketing ที่เค้าพูดๆกันทั่วน่ะ

“อะไรคือ Neuromarketing”

     เคยเจอโฆษณาบางอย่างที่ทำให้เราหักห้ามใจที่จะซื้อเลยไม่ได้เลยมั้ย? 

เช่น 


- วู๊ดดี้ขายกระทะโคเรียคิง สาธิตการทอดไข่ ตามด้วยเป่าไข่ให้ลอยจากกระทะ จนทำให้เราฝันว่าเราจะทำได้บ้าง หลายคนซื้อไปลองทำโชว์ในยูทูป หรือไปทำเองทีบ้าน(ผมรู้นะคุณลองทำมาแล้ว) แล้วเราก็อยากจะทดลองซื้อเป็นของตัวเอง 

- รายการที่ขายของทางทีวี ที่เรียกตัวเองว่า “โอ้ซาร่า” กลายเป็นกระแสอยู่ช่วงนึงทีเดียว

- โฆษณาทีวี Iphone X จอกว้างสุดขอบ (มีแหว่งหน่อยไม่ว่ากัน อิอิ) สีสวยสด ถ่ายรูปสวย จบท้ายด้วยโลโก้แอ๊ปเปิ้ล แรกๆเฉยๆ ดูไปดูมา กลายเป็นฝันของใครบางคนทีเดียว (แม้ว่าจะราคาเกือบครึ่งแสนก็ตาม!)


ตัวอย่างข้างบนเป็นตัวอย่างโฆษณาที่แฝงด้วย Neuromarketing 

     การตลาดที่ใช้หลักการของ Neurosciece หรือประสาทวิทยา โดยมีการวัดค่าไฟฟ้าต่างๆในสมองต่อส่ิงเร้าต่างๆ เพื่อให้เข้าใจปฏิกิริยาว่าสิ่งเร้าใดมีผลในการกระตุ้นได้มากกว่ากัน โดยยังรวมถึงการตรวจสอบการโต้ตอบในส่วนอื่นนอกจากสมองด้วย

1. Heart Rate : อัตตราการเต้นของหัวใจ
 

2. Respiratory Rate – อัตตราการหายใจ

3. Galvanic Skin Response – การตอบสนองของชั้นผิวหนัง
4. Facial Coding – การแสดงอารมณ์บนใบหน้า
5. Eye Tracking – การมองของสายตา


“ชั้นสมอง”

โดยมีทฤษฏีว่า สมองคนเรามีทั้งหมด 3 ชั้น
1. ส่วนใหม่ - นึกคิด (เหตุผล) : The New Brain (Neocortex)
2. ส่วนกลาง - รู้สึก (อารมณ์) : The Middle Brain (Limbic Brain)
3. ส่วนเก่า - ในใจ (สัญชาติญาณ) : The Old Brain (Reptilain Brain)



     นักการตลาดเชื่อว่า หากการเสนอสินค้า หรือการเสนอขายใดๆ ที่สามารถข้ามไปส่วน Reptilian Brain ได้ จะเป็นการทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น

     ในรูปจะสื่อให้รู้ว่า สมองส่วนต่างๆจะทำหน้าที่ตามรูปข้างต้น 

“Reptilian Brain = สมองส่วนด